ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส. ติวเข้ม 121 บุคลากรทางการศึกษา ลุยงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน สนองพระราชดำริ อพ.สธ.

ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มรส.) จัดการฝึกอบรมปฏิบัติการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน หลักสูตร 5 องค์ประกอบ เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา 121 คน จาก 58 สถานศึกษา ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด หวังสร้างความเข้าใจในการสนองพระราชดำริอย่างถูกต้องและบ่มเพาะจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน ณ อาคารหอสมุดและศูนย์สารสนเทศเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

การอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–24 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และหน่วยงานร่วมสนองพระราชดำริ อาทิ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 (สพป.สฎ เขต 1) และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร (สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร) เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การจัดฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพ.สธ. และเลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ ในการมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ผ่านการฝึกอบรมฯ และได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณมรกต วัชรมุสิก หัวหน้าแผนก ระดับ 8 แผนกปฏิบัติการ อพ.สธ. สวนจิตรลดา พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มาร่วมถ่ายทอดความรู้ภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติเชิงลึก ให้แก่ผู้เข้าอบรมที่เดินทางมาจาก 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง กระบี่ พังงา สตูล ยะลา ปัตตานี และนครปฐม

ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดี มรส. เปิดเผยว่า “การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่คือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เยาวชนได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เห็นคุณค่าของทรัพยากรไทย และรู้จักการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ การฝึกอบรมหลักสูตร 5 องค์ประกอบครั้งนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรทางการศึกษานำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน”

Similar Posts